เปิดทุกวัน โทร.090-0865121
| หน้าแรก |
●ส่งของให้แน่นอน!จะได้รับของไม่เกิน3วัน
●โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้งด้วย●
อาถรรพ์เหล็กน้ำพี้
อาถรรพ์เหล็กน้ำพี้
อาถรรพ์เหล็กน้ำพี้
![]() |
| ไหลพี้ดำ ตำนานเหล็กน้ำพี้ของดีตระกูลเหล็ |
ของ ศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาตินั้นโบราณ จารย์ได้กล่าวเรียกไว้หลายอย่างที ่คุ้นหู คือ สิ่งที่เรียกว่า กายสิทธิ์ แต่นอกจากของกายสิทธิ์แล้วยังมีขอ งศักดิ์สิทธิ์ ตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่เรียก ว่า ทนสิทธิ์ ของทนสิทธิ์นั้นมีกล่าวไว้ในตำราพิชัยสงครา ม หมายถึง วัตถุตามธรรมชาติที่มีอำนาจทางคงก ระพันโดยมิต้องผ่านการปลุกเสก
ใน สมัยโบราณนั้นธาตุเหล็กถือว่าเป็น ธาตุที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว และสำหรับธาตุเหล็กน้ำพี้นั้นยิ่ง ถือว่าเป็นเหล็กพิเศษ เพราะเป็นของทนสิทธิ์มีอานุภาพ
มีระบุไว้ในตำราพิชัยสงครามชัดเจน ว่าเหล็กน้ำพี้เป็นของทนสิทธิ์ไม่ เสื่อม
มีอานุภาพทางความคงกระพันชาตรี ทำลายอาถรรพณ์ทั้ง ปวงเพื่อเป็นที่เกรงกลัวของภูตผีป ีศาจป้องกันมนต์ดำ คุณไสย ลมเพลมพันทั้งปวง มีอำนาจทางมหาราชตบะเดชะ เป็นที่ครั่นคร้ามของคนทั้งปวง
ธาตุทนสิทธิ์ นั้นถือเป็นของหายากตามธรรมชาติ ในอดีตต่างมีผู้แสวงหากันอย่างมาก มาย แต่ผู้ที่จะได้ไว้นั้นมีน้อยคนเหล ือเกินเพราะเป็นของสำหรับผู้ที่มีบุญ วาสนา เหมือนดั่งกับเหล็กไหลธาตุกายสิทธ ิ์ หรือปรอทสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของตามตำนาน มีเรื่องเล่าขานกันมานานนับหลายชั ่วอายุคน เหล็กน้ำพี้จากอำเภอทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ธาตุทนสิทธิ์ที่มีเรื่องเล่าขานตำนานน ับร้อยพันปี และยังแสดงอิทธิอานุภาพให้ปรากฏจน ถึงทุกวันนี้
เหล็กน้ำพี้ถือว่าเป็นธาตุที่มีคว ามศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองอย่างน่าอั ศจรรย์
เหล็กน้ำพี้ คือ เหล็กที่เหนือกว่าธาตุเหล็กใดๆ ในโลกยกเว้นเหล็กไหล แต่โดยภาพรวมแล้ว เหล็กน้ำพี้ก็ถือได้ว่าเป็นเหล็กอัศจรรย์ตระกูลเหล็กไหลอย่างหนึ่ง ที่มีพลานุภาพเป็นน้องๆ ขององค์เหล็กไหลชั้นยอดขึ้นไป เหล็กน้ำพี้ถือว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิตมี เทพยดารักษาไว้ เป็นของคนมีบุญเท่านั้น การหาเหล็กน้ำพี้แม้ว่าไม่ได้เกิดการตัดเช่นเดียวกับการตัดเหล็กไหล ตามแต่ก่อนที่จะทำการหาได้นั้น ต้องทำการบวงสรวง บอกกล่าวต่อเหน้าที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า เจ้าพ่อบ่อเหล็ก ถือเป็นเทพยดาที่ทรงมหิทธิฤทธิ์ดู ธาตุศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้อยู่ ส่วน ที่เรียกว่า เหล็กน้ำพี้ เป็นธาตุทนสิทธิ์นั้น เนื่องจากว่าคำว่า ทนสิทธิ์ เป็นการเรียกสิ่งบางอย่างในโลกที่ มีพลังงานบางอย่างในตัวที่มีอานุภาพทางค ง กระพัน และล้างอาถรรพณ์เสียดจันไรทุกชนิด ป้องกันภูตผีปีศาจ
![]() |
| ตะกรุดเหล็กน้ำพี้ |
เหล็กน้ำพี้จัดเป็นธาตุที่มีเตโชธ าตุในตัวสูงอย่างยิ่งรัศมีของเหล็ กน้ำพี้ จึงเป็นที่เกรงกลังของบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหลายด้วยความร้อนแรงแห ่งเตโชธาตุภายใน บุคคลที่มีลุฌานส มาธิได้ตาในจากการนั่งกรรมฐาน จะแลเห็นรัศมีของเหล็กน้ำพี้เป็นสีแดงสด บ่งบอกอำจาจทางการคุ้มครองชั้นสูง และอำนาจจากเตโชธาตุ ที่ส่งผลในทางตบะเดชะ สนับสนุนดวงชะตาชีวิตให้เป็นเจ้าค นนายคน และอำนาจจากเตโชธาตุนี้เองที่ยังเ ป็นตัวล้างอาถรรพณ์ทั้งปวงจากคุณไสยมนต์ดำ
เตโช ธาตุ คือ ธาตุไฟ ครูบาอาจารย์ต่างกล่าวว่า ธาตุไฟในโลกนี้มีอำนาจในทางสร้างม ายาอย่างหนึ่ง และสามารถทำลายอาถรรพณ์จากเวทย์มนต์ พลังจิตทุกชนิด ล้างอาถรรพณ์ได้ด้วยธาตุไฟแถมยังเ ป็นสิ่งที่ให้พลังแก่ชีวิตเราด้วย ดังนั้นพลังงานนี้จะทำให้ร่างกายข องผู้ที่ได้รับเกิดความแข็งแรงกระ ชุ่ม กระชวย หากทำการรับพลังงานจากแร่เหล็กน้ำพี้เสมอๆ จะทำให้แก่ช้า และยังได้ความคงกระพันด้วย บางท่านสื่อพลังเหล็กน้ำพี้ไปนานว ันจะเกิดตบะเดชะ เส้นผมจะกลายเป็นสีเหล็กหรือสีทอง แดง เมื่อตายไปแล้วกระดูกก็กลายเป็นทอ งแดงตามไปด้วยอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งทั้งนี้เกิดขึ้นจากอำนาจของกระแ สพลังงานของเหล็กน้ำพี้ไปปรับธาตุ ขันธ์ ให้ร่างกายให้กลายเป็นทนสิทธิ์ตามตัวของมันไปด้วย ซึ่งผู้ซึมซับพลังงานของเหล็กน้ำพ ี้จนถึงขั้นที่เส้นผมเป็นสีเหล็กห รือสีทอง แดง จะมีความคงกระพันชั้นเลิศแก่ช้า มีอายุยาวนานปราศจากโรคภัยทั้งปวง
![]() |
| ดาบเหล็กน้ำพี้ ซึ่งเชื่อว่าสามารถแก้อาถรรพ์ต่าง |
แต่ทั้งนี้ ต้องหมั่นทำสมาธิบำเพ็ญภาวนา โดยอาศัยการนำเหล็กน้ำพี้ไว้ในมือ ดูดรับกระแสพลังงานจากเหล็กน้ำพี้เอาไว้ให้มาก และบ่อยๆ ก็สามารถกลายร่างเป็นทนสิทธิ์ได้
จากจุดกำเนิดเหล็กน้ำพี้ที่มีชื่อ เสียงมาแต่โบราณ จากหลักฐานพบว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า หมู่บ้านนำพี้มีช่างตีดาบอยู่ แต่มาถึงปัจจุบันนี้ อาชีพนี้และช่างตีดาบแทบจะสูญหายไ ปจากหมู่บ้านเกือบหมด มาถึงจุดนี้ วันนี้ ก่อนี่จะสายเกินไป ก่อนที่การตีเหล็ก ตีดาบอันเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือ นของหมู่บ้านน้ำพี้จะหยุดลงโดยสิ้นเชิง ควรที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นภาคราชก าร และเอกชนจะได้รีบเร่งเข้าดำเนินกา รสนับสนุนด้วยการเข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟูอาชีพช่างตีเหล็ก เข้าช่วยฟื้นฟูการฝึกสอน การถ่ายทอดวิชาการตีเหล็ก เช่น อดีต ศราตราวุธ หรือเครื่องมือ เครื่องใช้สามารถัดแปลงให้เหมาะสม สวยงาม กะทัดรัดเหมาะแก่การสะสมเป็นวัตถุ มงคล และของที่ระลึกเป็นการส่งเสริมการท่องเที ่ยว ชุบชีวิตชีวาชาวบ้านน้ำพี้ให้เลื่ องลือชาเช่นกาลก่อน สิ่งที่จะเป็นผลประโยชน์อันใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ ก็คือ การสืบทอดมรดกประเพณีการตีดาบที่ม ีมาแต่โบราณให้สืบทอดต่อไป
• เชื่อว่าเป็นบ่อเหล็กศักดิ์สิทธิ์ มีเจ้าพ่อปกปักษ์รักษา
• เชื่อว่าเหล็กน้ำพี้เป็นของหายาก มีคุณค่ามาก
• เชื่อว่าถ้าใครมีเหล็กน้ำพี้ จะอยู่ยงคงกระพัน
• เชื่อว่าเหล็กน้ำพี้แก้อาถรรพ์ได้
• เชื่อว่าเป็นของสูง เป็นเหล็กที่ใช้ทำพระแสงของพระเจ้ าแผ่นดิน
• เชื่อว่าเป็นอาวุธที่ซุกซ่อนในร่า งกายแล้วศัตรูมองไม่เห็น
• เชื่อว่าป้องกันภูตผีปีศาจ และเวทย์มนต์คาถาได้
• เชื่อว่าดาบน้ำพี้ 1 เล่ม ขายได้ราคามากกว่าข้าวเปลือก 3 เกวียน ฯลฯ
ทำไมคนบ้านน้ำพี้ และคนไทยที่เชื่อเรื่องเหล็กน้ำพี ้ แม่เพียงหยิบก้อนแร่ก้อนเล็กๆ ขึ้นมาจากพื้นดินเพียงก้อนเดียวก็ต้องยกมือไหว้ แล้วออกปากขอทั้งๆที่มองไม่เห็นว่ าใครเป็นเจ้าของ เท่านี้คงยังไม่เพียงพอสำหรับการที่จะเชื่อ จึงขอนำตำนานประสบการณ์ อภินิหาร ความลี้ลับ มาลำดับโดยสรุปดังต่อไปนี้
พิธีกรรม ในสมัยก่อน การที่จะตีดาบดีๆ ขึ้นมาใช้สักเล่ม ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ เหมือนอย่างเช่นสมัยนี้ ที่พอไปเก็บเหล็กมาแล้วก็ลงมือตีกันได้เลย แต่ก่อนต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง หลายขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การไปนำแร ่มาจากบ่อ การหาของผสมมาให้ครบ การก่อเตา ตีดาบ เรื่อยไปจนกระทั่งเสร็จเป็นดาบที่ สมบูรณ์ ทั้งยังต้องมีการทดลองคุณภาพอีกคร ั้งจึงจะแล้วเสร็จและนำไปใช้ได้ พิธีกรรมเหล่านี้เริ่มต้นจาก เมื่อค้นพบแหล่งแร่เนื้อดีแล้ว ใช่ว่าจะไปขุดกันมาใช้ได้เลย ในขั้นแรกผี่จะไปขุดเอาแร่เหล็กจะ ต้องทำตนให้บริสุทธิ์เสียก่อน ซึ่งจะต้องนุ่งขาวห่มขาว ถือศีลอย่างน้อย 7-15 วัน ระหว่างนั้นจะต้องงดเว้นจากการเบี ยดเบียนไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ดื่มสุราเมรัย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเสพกาม ไม่พูดเพ้อเจ้อ หรือกล่าวคำเท็จ เป็นต้น สรุปคือจะต้องรักษาศีล 8 ให้สมบูรณ์อย่างเคร่งครัดนั่นเอง เมื่อครบกำหนดแล้วจะต้องดูฤกษ์ ดูยาม หาวันเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำพิธีบว งสรวงเจ้าที่เจ้าทางี่ปกปักษ์รักษาบ่อแร่เหล็ก เป็นการบอกเล่าเก้าสิบกับให้รู้ หรือขออนุญาตเจ้าของเขาเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นผู้ที่ไปขุดอาจได้รับเภทภัยอย่างไม่คาดคิด จากนั้นก็ทำพิธีที่เรียกว่า “ล้อมแร่” อีกครั้งหนึ่ง เป็นการป้องกันแร่ธาตุหนี ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าไม่ล้อมแร่ไว้ก ่อน ถึงจะขุดไปอย่างไรก็จะไม่พบแร่ธาต ุเหล็กที่ต้องการ จะพบก็แต่แร่เหล็กที่ไม่มีคุณภาพ ที่อาจเรียกว่าขี้เหล็กก็ได้ และถ้านำมาหลอมมาตีเป็นดาบ ดาบนั้นจะเปราะ ไม่แข็งแรง แตกหักได้ง่าย การขุดตัดแร่เหล็กนี้นี้ไม่ต่างไป จากการตัดเหล็กไหลเท่าใดนัก เพราะเชื่อว่าอยู่ในตระกูลเดียวกั นกับเหล็กไหล ซึ่งจะต้องตั้งศาลบวงสรวงขออนุญาต จากเจ้าที่ที่ดูแลปกปักษ์รักษาเสี ยก่อน จึงจะทำการขุดหรือตัดได้ ข้อสำคัญประการหนึ่งที่จะละเลยไม่ ได้คือ จะต้องทำพิธีตัดกันในวันดับ ซึ่งถ้ากล่าวตามโหราศาสตร์ ก็คือวันแรม 15 ค่ำ เป็นวันที่ดวงจันทร์โคจรมา
อยู่ในราศีเดียวกับดวงอาทิตย์ ทำให้แสงแห่งดวงจันทร์ไม่ปรากฏ จึงเรียกวันนั้นเป็นวันดับ ซึ่งมีเฉพาะสันนี้วันเดียวที่เชื่อว่าจะได้เหล็กที่ มีคุณภาพสูง
![]() |
| หุ่นจำลองการขุดหาแร่เหล็กน้ำพี้ |
ธาตุอาถรรพ์-ของประสม เมื่อตัดแร่เหล็กน้ำพี้มาแล้ว ก่อนที่จะนำมาหลอมตีเป็นดาบได้ตาม ตำรากล่าวว่าจะต้องเสาะหาธาตุเหล็ กที่มีพลังอานุภาพมาหลอมประสมลงไปด้วย หลายอย่างสำคัญๆ คือ เหล็กแกนจากยอดเจดีย์หัก , เหล็กตะปูตอกโลงศพจาก 7 ป่าช้า จะต้องเป็นตะปูที่ตอกโลงศพผีตายทั้ งกลมเท่านั้น เป็นการเพิ่มความเข้มแข็งของพลังจ ิตวิญญาณให้แก่ดาบ ส่วนผสมนี้ มีกล่าวถึงในเสภาเรื่อง”ขุนช้างขุ นแผน” ฉบับหอสมุดแห่งชาติ เล่ม 1 พ.ศ. 2513 หน้า 356-158
![]() |
| หุ่นจำลองการประสมแร่อาถรรพ์ |
เตรียมการตีดาบ หลังจากที่ได้เหล็กน้ำพี้และธาตุอ ื่นๆ มาครบแล้ว ผู้ที่จะตีดาบน้ำพี้จะต้องทำพิธีบ วงสรวงทวยเทพจนจิตวิญญาณที่รักษาธาตุเหล็กเหล่านั้นอยู่ แล้วจึงนำธาตุทั้งหมดมาหลอมรวมเป็ นเนื้อเดียวกัน เตรียมนำไปตีเป็นดาบต่อไป ซึ่งต้องมีการเตรียมการอีกเช่นเดี ยวกัน จะตีดาบอย่างธรรมดาอื่นๆ ไม่ได้ โดยจะเริ่มต้นที่การก่อตาจะหลอมเห ล็ก เพื่อให้เนื้อเหล็กอ่อนสามารถขึ้น รูปได้ตามประสงค์ เรื่องนี้ได้รับการบอกเล่าว่า ก่อนที่จะก่อเตาเพื่อตีดาบน้ำพี้ จะต้องทำพิธีบวงสรวงหรือบูชาครูตี ดาบกันเสียก่อน แล้วจึงลงมือก่อเตาได้ และเตาที่ก่อนั้นจะต้องไม่อยู่ในที่ร่มหรือในโรงเรือน โรงตีเหล็ก ต้องก่อเตาในที่โล่งแจ้ง ไม่มีหลังคาปิดบังเป็นร่มเงากั้น
![]() |
| หุ่นจำลองการตีดาบ |
วันตีดาบ การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการตีดาบ จะมีเตาเผา คีมคีบเหล็กด้ามยาว ค้อนตีเหล็ก หินขัด ถ่าน(ไม้สัก) เป็นต้น เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ต้องดูฤกษ์เพื่อหาวันทำวิธ ีบูชาครูดาบ แล้วจึงลงมือตีได้ โดยปกติถ้าจำทำให้ถูกต้องตามตำราโบราณ จะต้องทำการตีเหล็กกันในคืนวันเพ็ ญขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น ถ้าตีวันอื่นประสิทธิภาพของดาบด้านความขลังจะมีพลัง น้อย สู้ตีคืนวันเพ็ญไม่ได้ และขณะที่ตีดาบ คนตีดาบต้องว่าคาถากำกับไปพร้อมกับการตีอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะตีดาบเสร็จ หากการตีดาบน้ำพี้ไม่แล้วเสร็จภาย ในคืนเดียว ก็จะต้องเลื่อนไปตีในคืนวันเพ็ญต่อไป ทำอย่างนี้จนกว่าจะแล้วเสร็จ
การประจุของขลัง เมื่อตีดาบเสร็จแล้วก็จะนำตัวดาบ มาเข้าด้วย ซึ่งปกติทำด้วยไม้ที่เหนียวคงทน และมีน้ำหนักเบา ก่อนจะประกอบตัวดาบเข้าด้าม จะต้องทำการประจุเครื่องรางของขลั งของครูบาอาจารย์ที่แข็งกล้าในวิช าอาคมเช่น ผ้าประเจียดพิสมร เครื่องรางชนิดหนึ่งรูปสามเหลี่ยม หรือเหลี่ยมร้อยสาย เป็นต้น นอกจากนี้จะต้องนำเส้นผมของผีตาย 7 ป่าช้า มาประจุรวมลงไปด้วย จึงเป็นการดีส่วนปลอกหรือฝักดาบก็ จะถักหวายซึ่งจะทำให้สวยงามและคงท นขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ถัก
ขั้นการทดลอง หลังจากได้ดาบที่สมบูรณ์แล้วอาจน ำดาบนั้นไปให้ครูบาอาจารย์ที่แก่ก ล้าในเวทย์วิชาอาคมทำพิธีปลุกเสกป ระจุมนต์คาถาลงไปในดาบเป็นการเพิ่มอานุ ภาพให้แก่ดาบอีกชั้นหนึ่งด้วยก็ได ้จากนั้นจึงนำดาบมาทดลองคุณภาพว่า จะดีจริงพอที่จะใช้เป็นอาวุธประจำตัวข องตนได้หรือไม่
ในขั้นแรก จะชักดาบออกจากฝัก ยกขึ้นกวัดแกว่งในอากาศหากเกิดเสี ยงดัง”หวือๆ” จนผู้ถือดาบได้ยินอย่างถนัด ก็เป็นอันว่าดาบนั้นถูกต้องตามตำราเป็นดาบที่ใ ช้ได้
ขั้นสุดท้าย เป็นการทดลองด้วยการฟันไม้ไผ่ ซึ่งวิธีนี้ส่วนมากมักใช้ในการลอง ของต่อกันโดยจำนำไม้ไผ่ที่สอดไส้ด ้วยเหล็กเส้นไว้ภายใน นำมาปักบนพื้นดิน ถ้าตวัดดาบครั้งเดียวทั้งไม้ไผ่แล ะไส้เหล็กขาดกระเด็น ก็แสดงว่าดาบนั้นดีจริง ในการทดลองครั้งที่ 2 และ 3 นี้ หากฟันไปแล้วแม้หัวตะปูขาดหรือไม้ ไผ่และเหล็กเส้นจะขาดก็ตาม แต่ถ้าเกิดมีเสียงดัง “แกร็ก” หรือตะปู หรือไม้ไผ่ล้มลง ดาบเล่มนั้นก็โยนทิ้งไป หรือไม่ก็ให้นักดาบมือใหม่นำไปใช้ เป็นดาบฝึกต่อไป
ความเชื่อในเรื่องของการทดลองนี้ คาดว่าจะเป็นเรื่องของการแสดงเวท ย์วิชาอาคม ให้ไปกระทำกับสิ่งต่างๆ ได้ดังประสงค์ โดยมีดาบเป็นเครื่องประกอบการกระทำ ซึ่งจะดูว่า ดาบมีอานุภาพมาก นอกจากนั้น ยังเป็นการแสดงอาการข่มกันของบรรด าครูดาบทั้งหลายเพื่อให้เกิดการนับถือ เลื่อมใสในฝีมือ อำนาจลึกลับ เชื่อกันว่าดาบน้ำพี้ที่ได้จัดทำข ึ้นถูกต้องตามกระบวนความตามตำราแล้ว ทุกครั้งที่พกพาดาบนี้จะเป็นเสมือ นเพื่อนตายจะคอยปกป้องและเตือนภัย แก่เจ้าของทุกครั้งเช่น เมื่อยามมีอันตรายหรือศัตรูเข้ามาใกล้ ดาบจะสั่นกิ๊กถีบตัวออกจากฝักทันท ี เป็นสัญญาณบอกให้รู้ล่วงหน้าเพื่อ ป้องกันได้เสมอ เหล็กล้างอาถรรพณ์ เหล็กน้ำพี้เมื่อตีเป็นอาวุธหรือข องใช้ต่างๆเนื้อเหล็กจะคมวาวจะมีส ีคล้ายปีกแมลงทับ
มีความเหนียวและอ่อน สามารถงอได้ตามต้องการเพื่อที่จะซ ุกซ่อนไม่ให้ศัตรูมองเห็น และหากฟาดฟันไปต้องร่างผู้ใด แม้ผู้นั้นจะเป็นผู้มีวิชาอาคมสูง ถึงขนาดอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข ้า แต่หากโดนคมดาบน้ำพี้เข้าแล้ว ความเหนียวคงกระพันที่
![]() |
| วัตถุมงคลที่ทำด้วยแร่เหล็กน้ำพี้ |
เคยมีก็กลับต้องสูญสลายไปอย่างหมด สิ้นอานุภาพของาบน้ำพี้นี้กล่าวกั นว่า ไม่เฉพาะล้างอาถรรพณ์กับผู้มีวิชาอาคมเท่านั้น แม้แต่วิญญาณหรือภูติผีปีศาจก็ยัง เกรงกลัว อานุภาพจากก้อนแร่เหล็ก นางจำรัส เชื้อนพคุณ ชาวบ้านน้ำพี้เล่าว่า หลานชายรับราชการทหารอยู่ที่จังหว ัดน่าน อันเป็นดินแดนที่เคยมีผู้ก่อการร้ ายชุกชุมมาก วันหนึ่งขณะที่หลานของนางจำรัสออกลาดตร ะเวนกับเพื่อนหารด้วยกัน ได้เกิดปะทะกับผู้กอการร้าย ถูกถล่มด้วยปืนและระเบิดอย่างหนักจนเพื่อนทหารเสียชีว ิตไปหลายคน แต่หลานของนางจำรัสรอดชีวิตมาได้อ ย่างอัศจรรย์ทั้งๆที่โดนกระสุนปืนและสะเก็ดระเบิดจนเสื้อผ้าฉ ีกขาด แต่เนื้อตัวกลับไม่มีบาดแผลอะไรเล ย นางจำรัสเชื่อว่าที่หลานชายแคล้วคลาดปลอดภัยมานั้นเป็นเพราะอานุภ าพของก้อนเหล็กน้ำพี้มอบให้และนำต ิดตัวไว้เป็นประจำเพียงอย่างเดียว นางจำรัสจึงเชื่อว่าแระเหล็กน้ำพี้มีค วามศักดิ์สิทธิ์จริงๆรวมทั้งชาวบ้ านคนอื่นๆก็เชื่อกันอย่างนี้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่จะเดินทางไปไหนมาไหนไกล ๆถ้าพกพาแร่เหล็กน้ำพี้ติดตัวไปด้ วยเสมอจะแคล้วคลาดปลอดภัยทุกครั้ง
สับด้วยมีดปาดหมู พระอธิการเจียน ปุณณธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านน้ำพี้เล่าว่าได้ แจกวัตถุมงคลให้กับชาวบ้านไปมากมาย ล้วนทำด้วยแร่เหล็กน้ำพี้ วันหนึ่งโยมจากสุโขทัยมาขอวัตถุมง คลเพิ่มเติม และเล่าว่าเขาเป็นพ่อค้าขายหมูบังเอิญเกิดทะเลาะกับเพื่อนพ่อค ้าหมูด้วยกันและโดนเพื่อนสับด้วยม ีดปาดหมูแต่คมมีดที่คมกริบนั้นไม่ ระคายผิวของเขาเลยคู่ทะเลาะวิวาทเห็นว ่าเขาหนังเหนียวฟันไม่เข้าเลยตกใจ วิ่งหนีไปเรื่องจึงสงบลง
ดาบขุนศึก นักรบไทยในอดีตที่ใช้ดาบซึ่งทำจาก เหล็กน้ำพี้ มีข้อมูลทางประวัติศาสตรี่กล่าวอ้ างถึงพระแสงของ้าวที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงใช้ทำยุทธหัตถีรบกระทั่งมีชัยช นะเหนือพม่าข้าศึกนั้นเป็นพระแสงข อง้าวที่ทำขึ้นมาจากเหล็กน้ำพี้ ดังปรากฏในพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ ารัชกาลที่ 6 โคลงกระทู้ หัวล้านนอกครูว่า
“ หัว กูมีแก้วเกิด อยู่ใน
ล้าน จึงเลี่ยนเตียนไป ดั่งนี้
นอก สุกแต่ในใส สุกปราบ
ครู ว่าชาติน้ำพี้ ของ้าวพระแสงทอง ”
สมเด็จพระนารายมหาราช มี ดาบล้างอาถรรพณ์ซึ่งเมื่อพระองค์ส ิ้นพระชนม์ ขุนหลวงสรศักดิ์ นำมาปราบศัตรูนั้น กล่าวว่าเป็นดาบน้ำพี้เช่นกัน จากเรื่องขุนศึกมหาราชซึ่งคาดว่า ผู้แต่งมีข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ประกอบการเขียนอธิบาย
สมเด็จพระพันวษาหรือพระรามาธิบดีท ี่ 2 ในสมัยของพระองค์มีขุนศึกชาวเมือง สุพรรณบุรีชื่อ ขุนแผนใช้ดาบฟ้าฟื้นเป็นอาวุธและเมื่อรบทัพทัพจับศึกป ราบศัตรูราบคาบแล้วขุนแผนได้ถวายด าบเล่มนั้นเป็นสมบัติของพระพันวษา ดาบนี้กล่าวว่าตีจากเหล็กน้ำพี้และปัจ จุบันยังเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณ ฑสถานแห่งชาติ
สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช สมัยที่พระองค์ทำศึกสงครามมีทหารเ อกคู่ใจอยู่หลายคนคนหนึ่งก็คือ พระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกกล้าชาวอุตรดิตถ์เชื่อกันว่ า”ดาบนันทกาวุธ” ซึ่งอยู่ในมือซ้ายของท่านเป็นดาบท ี่ทำจากเหล็กน้ำพี้และเมื่อพระยาพิชัยมีดาบดีเป็นอาวุธ จึงคาดว่าคงถวายดาบดีแด่พระมหากษั ตริย์ที่ตนมีความเคารพ และจงรักภักดีไว้ใช้ด้วยดังนั้นจึงเชื่อว่าดาบที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้ก ็ต้องเป็นดาบน้ำพี้เช่นกัน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น
(Atom)







